วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายที่ผู้หญิงต้องรู้จัก

โรคร้ายที่ผู้หญิงต้องรู้จัก (คู่หูเดินทาง)
 
          มะเร็งปากมดลูก ถือเป็นโรคร้ายอันดับแรกของสาวไทยทีเดียว โรคนี้บางครั้งอาจไม่แสดงอาการนานถึง 15 ปี สาเหตุมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น 

           การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย 

           การมีคู่นอนหลายคน 

           การตั้งครรภ์หรือมีลูกหลายคน 

           มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus (HPV) 

           การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ

           มีคู่นอนที่เข้าข่ายเหล่านี้ คือ ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ผู้ชายที่เป็นมะเร็งองคชาติ ผู้ชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน 

           นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ จากพันธุกรรม และการขาดสารอาหารบางชนิด

มีอาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ? 

มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45-55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง โดยเซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ มะเร็งปากมดลูกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้การวินิจฉัยกระทำได้ช้า และมักตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ที่สำคัญผู้หญิงส่วนมากมักปฏิเสธการตรวจภายใน เพราะอายและกลัว และมักจะไม่มีอาการ จึงละเลยการตรวจร่างกาย
 
อาการเตือนอาจมีได้ดังนี้ 

           1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด 

           2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)

           3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)

           4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)

           5. เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

           6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)
 

มหิดลโชว์นวัตกรรม รักษามะเร็งสมอง

มหาวิทยาลัยมหิดล

มหิดลโชว์นวัตกรรม รักษามะเร็งสมอง (ไทยโพสต์)
          มหาวิทยาลัยมหิดลเผยความคืบหน้าวิจัยนวัตกรรมระบบส่งยารักษามะเร็งสมองได้แม่นยำ ตรงจุด ไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะรอบข้าง คาดภายใน 3  ปี สามารถใช้ได้จริงกับผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่ายจากเดิมกว่า 5 เท่า
          รศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล แถลงเรื่อง "ความก้าวหน้าผลการรักษามะเร็งในเด็กและนวัตกรรมระบบส่งยามะเร็ง" ว่า ปัจจุบันการเกิดโรคมะเร็งในเด็กมีอัตราสูงขึ้น และมักเกิดกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ โดยเฉลี่ยประมาณปีละ 1,000-1,500  รายต่อปี ในจำนวนนี้คิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว 30% เนื้องอกในสมอง 20%  มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 20% มะเร็งต่อมหมวกไต 10% อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคมะเร็งในเด็กสามารถรักษาให้หายขาดได้ถึง 80% เพราะเซลล์ของเด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม จึงสามารถตอบสนองได้ดีกว่าการรักษาในผู้ใหญ่
          ทั้งนี้ การรักษาโรคมะเร็งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

            1.การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก
            2.การใช้เคมีบำบัด
            3.การใช้รังสีบำบัด
            4.การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งจะสามารถทำได้หลายวิธี แต่มะเร็งในสมองเป็นมะเร็งที่รักษาได้ยากที่สุด

          "มะเร็งที่หายขาดได้ยากคือเนื้องอกในสมองเด็ก โอกาสหายมีเพียง 30-60% ถือว่ายังไม่ดีเลย" รศ.นพ.สุรเดชกล่าว
มะเร็งสมอง เอ็มอาร์ไอ

          ด้าน ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับทีมแพทย์  รพ.รามาธิบดี พัฒนาระบบส่งยามะเร็งที่สามารถฉีดเข้าสู่ก้อนเนื้อมะเร็งในปริมาณที่ต้องการ เพื่อทำลายก้อนเนื้อมะเร็งโดยตรง เป็นการรักษาที่ตรงจุด  (intratumoral implantation) และไม่ทำลายเซลล์ หรืออวัยวะอื่นบริเวณใกล้เคียง โดยการนำเอาสารโพลิเมอร์ที่ใช้เฉพาะกับคน ที่มีคุณสมบัติเป็นเจล ซึ่งจะแข็งตัวภายในโดยรอบก้อนมะเร็งและไม่เป็นอันตรายต่อสมอง ผสมกับยารักษามะเร็ง (เอสเอ็น-38) ในเข็มฉีดยา แล้วฉีดลงไปในบริเวณโพรงสมอง ตัวยาจะซึมเข้าไปในจุดก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง และออกฤทธิ์ต่อการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็ง และสามารถหยุดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้
          ขั้นตอนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ โดยมีระยะเวลาในการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2552-2554 ซึ่งประมาณปลายปีนี้จะได้ผลการทดลองออกมา ทั้งนี้ คาดว่าประมาณ 2-3 ปี อาจจะสามารถพัฒนาให้ใช้กับคนได้ นอกจากนี้การวิจัยดังกล่าวยังเหลืออีก 2 ขั้นตอน คือ การวิจัยกับสัตว์ทดลองในระดับต่อไปอีกประมาณ 3 ปี และจากนั้นจึงเริ่มการทดลองกับผู้ป่วยจริงอีก 3 ปี โดยทั้งหมดจะใช้งบประมาณศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประมาณ 10 ล้านบาท

          "หากผลการวิจัยนี้สำเร็จและสามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้จริง ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายโรคมะเร็งในสมองลงเกือบ 5 เท่า ซึ่งปัจจุบันการรักษามะเร็งในสมองราคาประมาณ 1 ล้านบาท" ดร.นรเศรษฐ์ กล่าว


Present by hygiene4u.